วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2561

ออมเงินขั้นเทพ ให้เที่ยวต่างประเทศแบบชิล ๆ

ออมเงินขั้นเทพ ให้เที่ยวต่างประเทศแบบชิล ๆ















การท่องเที่ยวทำให้เราได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ มองโลกในอีกมุมที่เราอาจมองข้ามไป เพื่อชาร์ตพลังก่อนที่จะกลับมาลุยงานต่อไป ในขณะที่บางคนเห็นช่องทางการทำธุรกิจ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นรายได้เสริม ซึ่งการท่องเที่ยวในฝันของหลาย ๆ คนก็หนีไม่พ้น “การไปเที่ยวต่างประเทศ” สักครั้งในชีวิต

ในยุคที่รีวิวการท่องเที่ยวหาง่ายมากใน Google รีวิวเหล่านั้นก็เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้หลายคนฮึดสู้ และมีกำลังใจว่าสักวันต้องเป็นวันที่เราออกเดินทางบ้าง เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวก็มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะมีค่าใช้จ่าย เรามาดูกันว่า ควรทำอะไรบ้างเพื่อให้ฝันที่จะไปท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นจริง


3 ขั้นตอนออมเงินขั้นเทพ ให้เที่ยวต่างประเทศแบบชิล ๆ

1. เก็บข้อมูลการท่องเที่ยว 




ยิ่งมีข้อมูลมากก็ยิ่งเปรียบเทียบการเดินทางที่คุ้มค่าได้รอบคอบมากขึ้น เราสามารถหาข้อมูลเหล่านี้ตามกระทู้รีวิวการท่องเที่ยว นอกจากนี้เราควรสมัครสมาชิกเว็บที่ให้ข้อมูลโปรโมชั่นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไว้ด้วย เผื่อมีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน ที่พักราคาถูก ๆ ออกมา เราจะได้ประหยัดค่าเดินทางมีเงินเหลือไปช็อปปิ้ง

หลังจากที่เรารู้ว่า “ทริปนี้ต้องใช้เงินทั้งหมดกี่บาท” เราอาจจะนำเงินไปเกินบ้างเล็กน้อยเผื่อกรณีฉุกเฉิน สิ่งสำคัญ คือ ไม่ควรสร้างหนี้จากการท่องเที่ยว เพราะตอนกลับมาอาจจะไม่สนุกที่ต้องมานั่งใช้หนี้ ถ้างบท่องเที่ยวเกินกว่ากำลังที่เราสามารถจ่ายลองกลับมาตรวจดูรายจ่ายแต่ละรายการว่ามีอะไรที่ลดลงได้บ้างเพื่อให้เที่ยวอย่างสุขกาย สบายกระเป๋า



2. วางแผนการออม 




เมื่อเรารู้แล้วว่าจะต้องเก็บเงินจำนวนเท่าไหร่ ต่อมาก็ลองนั่งคำนวณว่า แต่ละเดือนควรเก็บเงินเท่าไหร่ โดยไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากเกินไป พร้อมทั้งปรับลดรายจ่ายบางอย่างเพื่อให้เรามีเงินออมไปเที่ยวได้รวดเร็วขึ้น หัวใจสำคัญ คือ แยกเงินท่องเที่ยวไว้ต่างหาก เพื่อจะได้ไม่ปะปนกับเงินส่วนอื่น ๆ ป้องกันเราสับสน แล้วเผลอหยิบเงินออกมาใช้

ส่วนใหญ่การวางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศนั้นจะวางแผนกันล่วงหน้าหลายเดือน เช่น 6 - 12 เดือน เราก็จะรู้ว่าควรเก็บเงินเดือนละเท่าไหร่ เช่น อีก 12 เดือนข้างหน้าวางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกับเพื่อน ตั้งงบไว้คนละ 35,000 บาท เราก็ตั้งใจว่า ตั้งแต่วันนี้จะออมเงินเดือนละ 3,000 บาท หากเดือนไหนได้เงินพิเศษมาก็นำไปออมมากขึ้นเพื่อจะได้เงินครบเร็ว ๆ



3. เริ่มออมเงินทันที 




ทริปนี้จะสำเร็จได้ก็ต้องลงมือออมเงินทันที ส่วนวิธีการเก็บเงินก็เลือกไปประยุกต์ใช้ได้ตามความเสี่ยง ที่เรายอมรับได้นะคะ ตัวอย่างการออมเงิน 3 แนวทาง ดังนี้
  • หยอดเงินใส่กระปุกออมสิน เราจะเขียนชื่อประเทศที่อยากไปเที่ยวหรือแปะภาพแหล่งท่องเที่ยวในฝันไว้ที่กระปุกออมสินก็ได้ มันให้ความรู้สึกตอนหยอดกระปุกออมสินว่า “เราออมเงินไปเพื่ออะไร” แถมยังเป็นเครื่องเตือนตัวเองไม่ให้ลืมหยอดด้วย เพราะตอนเราเดินผ่านแล้วเห็นข้อความหรือภาพแหล่งท่องเที่ยวที่กระปุกออมสิน ก็จะรีบควักเศษเหรียญหรือแบงค์ในกระเป๋ามาใส่กระปุกโดยอัตโนมัติ
  • เปิดบัญชีออมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว วิธีนี้เราจะเปิดบัญชีออมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยวโดยเฉพาะและไม่ทำ ATM เพื่อป้องกันการถอนก่อนจะเก็บเงินครบ รวมทั้งผูกบัญชีการท่องเที่ยวติดไว้กับบัญชีเงินเดือนด้วย ตั้งระบบออมอัตโนมัติทุกเดือน คือ เมื่อเงินเดือนเข้าบัญชี วันรุ่งขึ้นระบบจะสั่งตัดเงินออกไปออมเงินในบัญชีการท่องเที่ยวทันที เราจะเห็นเฉพาะยอดเงินที่เหลือในบัญชีเงินเดือนเท่านั้น


วิธีนี้อาจจะยุ่งยากตอนเริ่มต้น เพราะต้องเปิดบัญชีออมทรัพย์ใหม่และใช้บริการธนาคารออนไลน์ แต่ถ้าทุกอย่างเข้าที่แล้วก็จะเป็นไปตามระบบอัตโนมัติที่ตั้งไว้ เราเพียงแต่ตรวจความเรียบร้อยว่า แต่ละเดือน ระบบตัดเงินถูกต้องหรือไม่เท่านั้น


  • เปิดบัญชีกองทุนรวมตลาดเงินเพื่อการท่องเที่ยว เราจะใช้สินทรัพย์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำและได้ผลตอบแทนมากกว่าการฝากออมทรัพย์มาเป็นตัวช่วยเก็บเงินท่องเที่ยว เริ่มจากเปิดบัญชีกองทุนรวมตลาดเงิน ขอใช้บริการซื้อขายแบบออนไลน์ พร้อมทั้งผูกบัญชีออมทรัพย์กับบัญชีกองทุนรวมตลาดเงินเข้าด้วยกัน เพื่อสะดวกในการซื้อขาย โดยหลังวันที่เงินเดือนเข้าแล้ว 1 วันเป็นวันที่ระบบตัดเงินไปซื้อกองทุนรวม


วิธีนี้ผู้ลงทุนควรศึกษาเรื่องกองทุนรวมและเข้าใจเรื่องความเสี่ยงด้วย อาจจะยุ่งยากตอนเตรียมเอกสารเปิดบัญชี แต่ถ้าทุกอย่างเข้าที่แล้วเราก็จะมีหน้าที่แค่ตรวจสอบว่า ระบบได้ทำการซื้อกองทุนตามจำนวนเงินที่เราตั้งไว้หรือไม่ ประโยชน์เพิ่มขึ้นอีก 2 อย่าง คือ ได้รับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากและป้องกันการถอนเงินออกมาใช้จ่ายได้ (คลิกที่นี่เพื่อทำความรู้จักกับกองทุนรวมแต่ละชนิด)

การท่องเที่ยวนั้นเป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นการเปิดรับประสบการณ์ชีวิตใหม่ ๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการทำงาน แต่ทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ในขอบเขตค่าใช้จ่ายที่เราสามารถควบคุมได้ จากการวางแผนรายจ่ายของทริปนี้ แยกบัญชีออมเงินเพื่อการท่องเที่ยวและใช้ระบบออนไลน์มาเป็นตัวช่วยให้เราออมเงินให้ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น ถ้าทำได้แบบนี้รับรองได้ว่าเราไปท่องเที่ยวต่างประเทศได้แบบชิล ๆ แน่นอน
 

ที่มา   :  เว็บไซต์  krungsri.com

เก็บเงินยังไงให้ได้ไปเที่ยวลั้นลาตลอดทั้งปี

เก็บเงินยังไงให้ได้ไปเที่ยวลั้นลาตลอดทั้งปี











สวัสดี หนีห่าว ซินจ่าว อันยอง เฮลโล บงฌูร์กันทุกคนเลยนะคะ! แหม่...ทักทายเป็นภาษาต่างประเทศแบบนี้เพื่อเตรียมพร้อมก่อนไปเที่ยวต่างประเทศยังไงล่า
       การท่องเที่ยวช่วยเปิดโลกทัศน์กว้างให้เรา และเป็นหนึ่งวิธีการใช้เงินที่คุ้มค่าอีกด้วยนะ เพราะประสบการณ์ตอนที่เราไปเที่ยวจะติดอยู่ในความทรงจำไปกับเรานานแสนนาน แบบนี้ไม่เรียกว่าคุ้มได้ไง

       แต่ถ้าอยากคุ้มสุดๆ ไปเที่ยวแบบเสียเงินน้อยที่สุดหรือไม่เสียสักบาท ก็พอมีวิธีนะ เช่น ไปเป็นไกด์อาสา หรือจะโบกรถเที่ยวฟรี พี่สิบล้อ พี่กระบะ ลุยๆ กันไป เฮ้อ...แต่ถ้าไม่อยากเหนื่อยขนาดนั้นละก็ เราใช้วิธีเก็บเงิน บริหารจัดการเงินดีกว่าค่ะ เพราะเที่ยวทั้งทีต้องใช้เงินด้วยใช่ไหมคะ วันนี้มีวิธีเก็บเงินเตรียมเที่ยว ขั้นตอนที่ทำตามง่ายๆ ไม่ยากเลย


























1.ตั้งเป้าหมายเก็บเงินเที่ยว (Set Goal)

    ให้เราคำนวณงบเที่ยวรวมตั้งแต่ค่าเครื่องบิน (หนักที่สุด) ตามมาด้วยค่าที่พักและค่าอาหาร ปิดท้ายด้วยค่าช้อปปิ้งอีกบางส่วน หรือใครไปกับบริษัททัวร์ก็เอาราคาแพคเกจทัวร์มาตั้งเป็นเป้าหมายการเงินเลยค่ะ เราจะตั้งใจเก็บเงินให้ได้! เย่ๆ

    นอกจากนี้เป้าหมายเก็บเงินของเราควรจะมีกำหนดเวลาด้วย ไม่งั้นอาจจะเป็นจริงได้ยาก  สมมุติเราอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น ใช้งบ 48,000 บาท ในอีก 8 เดือนข้างหน้า เราก็ควรวางแผนเก็บเงินเดือนละ 6,000 บาท แล้วดูว่าตอนนี้เราสามารถเก็บเงินได้เดือนละ 6,000 บาทได้จริงไหม หรือเราจะขยายเวลาออกไปอีก หรือเราควรจะหาเงินเพิ่มดี อยู่ที่เราจะคิดหาวิธีทำให้ถึงเป้าหมายยังไง

















2. ลดค่าใช้จ่ายปัจจุบัน และ วางแผนล่วงหน้า (Cut your expense)



    รู้ไหม...แค่เรางดดื่มกาแฟไฮโซที่เค้าฮิตๆ กันทุกวันภายใน 2 ปี เราจะมีเงินเก็บพอไปเที่ยวชิคๆ สบายๆ ที่ญี่ปุ่นได้เลยนะ! ค่าใช้จ่ายอะไรที่ไม่จำเป็นก็ตัดออกบ้าง เงินเล็กเงินน้อยรวมๆ ไปก็เป็นก้อนใหญ่ เพื่อทริปของเราค่ะ เราต้องประหยัดท่องไว้ๆ



    เที่ยวให้ถูกทำยังไง ทำได้ไม่ยาก แค่วางแผนล่วงหน้านานๆ อย่างตั๋วเครื่องบิน เราควรจะจองตั๋วเอาไว้แต่เนิ่นเนิ่นนนนนนน ต้องจองล่วงหน้าจริงๆ ค่ะเพราะจะได้ราคาไม่แพง หรือจะลองใช้ App skyscanner ช่วยหาตั๋วราคาถูกก็ได้ครับ ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ดีเหมือนกัน ใช้บัตรเครดิตเพื่อสะสมไมล์ก็มีแต่ได้ บินก็ฟรี ไม่เสียเงินซักบาท

































3.หารายได้เพิ่มก่อนเที่ยว (Earn more)



    ระหว่างวางแผนตั้งตารอไปเที่ยว เราควรจะหาเงินเพิ่มไปด้วยจะได้มีเงินไปเที่ยวมากขึ้นและถึงเป้าหมายเงินที่ตั้งไว้เร็วขึ้น เพราะถ้าเรามัวแต่รอเงินเก็บทางเดียว มันช้าค่ะ ทำเงินเพิ่มจะไวกว่า สนุกกว่า ทำให้เราทำงานแบบมีความสุขเพราะรู้ว่าเหนื่อนไปเดี๋ยวก็ได้ลั้นลาไงละคะ

 


4.เก็บเงินทุกเดือน (Save more)



    เมื่อหาเงินมาได้แล้วก็ต้องเก็บนะคะ เก็บยังไงถึงจะง่ายไม่ปวดหัว มีเคล็ดลับเก็บเงินที่เหมาะสำหรับคนชอบท่องเที่ยวลั้นลาดังนี้
   
    แบ่งเงินเก็บสำหรับงบท่องเที่ยวจากเงินเดือนทุกเดือน เราควรแบ่งเงินประมาณ 5% หรือปรับสัดส่วนได้ตามสบายอาจจะสั่งให้หักแบบอัตโนมัติเข้าบัญชีออมทรัพย์อื่นก็ได้เพื่อความสะดวกเก็บเงินทุกบาทจากเงินจ๊อบพิเศษ งานเสริม เงินที่ไม่ใช่เงินเดือน เงินส่วนนี้ทำให้เป้าหมายท่องเที่ยวของเราเป็นจริงได้เร็วขึ้น


   การท่องเที่ยวคือความฝันของใครหลายๆ คน อย่าปล่อยให้เป็นแค่ฝันสิคะ และอย่าให้เรื่องเงินมาปิดกั้นความต้องการของเรา แต่จงมุ่งมั่นให้ทริปสุดเจ๋งของเราเกิดขึ้นได้จริง



 CR  ::   เว็บไซต์  scb.co.th


วิธีเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศระดับเทพ!

วิธีเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศระดับเทพ!



























อย่าให้คำว่า “เงินไม่พอ” ต้องมาสะดุดฝันที่อยากไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้งของคุณ เพราะสารพัดวิธีการออมเงินสร้างทริปเที่ยวราคาประหยัดมารอคุณอยู่ที่นี่แล้ว!


เราอาจพูดได้ว่า “เงิน” คืออุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งที่คอยขัดขวางไม่ให้เราถือพาสสปอร์ตเดินทางตามความฝันไปยังดินแดนสุดขอบฟ้า เพราะทุกการเดินทางท่องเที่ยวย่อมมีค่าใช้จ่ายอยู่เสมอ และบ่อยครั้งที่ความฝันของใครหลายๆ คนเป็นอันต้องพับเก็บไปเพียงเพราะว่า “เงินไม่พอ” แต่เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner ยังไม่อยากให้คุณถอดใจต่อความฝันอันงดงามด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้ ถ้าคุณอยากไปเที่ยวต่างประเทศ ก็ลองลุกขึ้นมามองหาวิธีเก็บเงินออกเดินทางสู่โลกกว้างดูใหม่ เพราะวันนี้เรามีข้อแนะนำดีๆ เกี่ยวกับวิธีการเก็บออมเงินเที่ยวต่างประเทศเพื่อคนงบน้อยราคาประหยัดมาช่วยคุณแล้ว!


วิธีการเก็บเงินเที่ยว



กำหนดเป้าหมาย



ขั้นตอนแรกของการเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศนั่นก็คือการกำหนดว่าคุณจะเที่ยวประเทศไหน? เมืองอะไร? ช่วงเวลาใด? ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้คุณสามารถตั้งงบประมาณและคำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อทริปนี้ได้ โดยข้อแนะนำสำคัญที่จะทำให้เป้าหมายเป็นจริงได้นั่นก็คือ คุณต้องเลือกเที่ยวตามความใฝ่ฝันจริงๆ ตัวอย่างเช่น “อยากไปนอนกลิ้งหิมะที่ญี่ปุ่นให้ได้สักครั้งในชีวิต” ดังนั้นเป้าหมายของคุณก็คือการเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาว เพราะที่เที่ยวในฝันจะสร้างแรงผลักดันให้คุณเก็บเงินได้ดีกว่า แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน ลองดูคำแนะนำได้ที่นี่เลย




ตั้งงบประมาณเที่ยว



เมื่อได้เป้าหมายแล้ว ก็ได้เวลาพุ่งชน! ให้ศึกษาข้อมูลจากรีวิวเที่ยวและทัวร์ในอินเตอร์เน็ตว่าเขาไปเที่ยวไหนกันบ้าง และพกเงินไปกันเท่าไหร่ แล้วปักหมุดที่เที่ยวที่คุณอยากไป จนได้แผนการคร่าวๆ จากนั้นให้คิดค่าใช้จ่ายหลัก 3 อย่างดังนี้


  1. คิดค่าตั๋วเครื่องบินและที่พัก โดยการค้นหาตั๋วเครื่องบินและที่พักในช่วงฤดูกาลที่ต้องการเที่ยว เพื่อให้ทราบราคาสำหรับการตั้งงบประมาณไว้ก่อน เพราะตอนซื้อจริงอาจได้ตั๋วเครื่องบินราคาถูกกว่าที่เห็นในตอนวางแผน
  2. คิดค่าเดินทางระหว่างเที่ยว โดยการดูจากตารางค่าโดยสารในเว็บไซต์ขนส่งมวลชนท้องถิ่นนั้นๆ (ถ้ามี) แล้วเคาะเป็นเลขกลมๆ ต่อวัน และบวกเผื่อตามสมควร เช่นคิดได้วันละ 220 – 430 บาท ก็ตีเป็นวันละ 500 บาทไว้ก่อน
  3. คิดค่าอาหารการกินต่อวัน โดยการดูว่าราคาอาหารในประเทศนั้นอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ แล้วคิดเป็นเงินที่ต้องพกต่อวัน เช่นที่สวิสเซอร์แลนด์ค่าอาหารสูงมาก ตกมื้อละ 300 – 1,000 บาท ก็ตีเป็นวันละ 3,000 บาทไว้ก่อน


เมื่อคิดค่าใช้จ่ายทั้ง 3 อย่างแล้วคุณก็จะได้เงินที่ต้องใช้ 1 ก้อน แล้วลองนำเงินก้อนนี้ไปเปรียบเทียบกับประสบการณ์ท่องเที่ยวของคนอื่นในทริปคล้ายๆ กันดู ก็จะเห็นได้ว่างบของคุณนั้นสูงหรือต่ำกว่างบของคนที่ไปเที่ยวมาแล้ว ถ้าสูงกว่าก็ต้องหาทางลดค่าใช้จ่าย เช่นค่าอาหารต่อวัน หรือค่าเดินทางซึ่งอาจมีอะไรที่ประหยัดกว่า แต่ถ้าต่ำกว่า คุณอาจจะคำนวณอะไรผิดไป (หรืออาจทำได้ถูกกว่าเขาจริงๆ) แต่อย่างน้อยที่สุดทริปของคุณไม่ควรมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าทัวร์สำเร็จรูปนะ!


ลงมือเก็บหอมรอบริบ



จริงๆ แล้วการเก็บเงินนั้นแต่ละคนก็มีเทคนิคที่แตกต่างกันไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนิสัยและวินัยการออมเงินด้วย แต่เราขอยกตัวอย่างกลวิธีการเก็บเงินเที่ยวแบบให้ได้ผลอยู่หมัด ทั้งแบบชิลๆ และแบบบังคับขืนใจตัวเอง!


คำนวณเงินเก็บ


เริ่มต้นจากสำรวจเงินในกระเป๋ากันก่อนว่าใน 1 เดือนคุณมีเงินเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง หักแล้วจะมีเงินเหลือเท่าไหร่ และต้องเก็บไว้เผื่อส่วนใดอีก เพราะเราไม่แนะนำให้คุณทุ่มเงินเก็บทั้งหมดที่มีเพื่อการเที่ยว แต่อยากให้แบ่งเงินเก็บเป็นส่วนๆ และกำหนดส่วนที่ใช้เที่ยวไว้ต่างหาก เช่น 10% ของรายได้ หรือ 1 ใน 3 ส่วนของเงินเก็บทั้งหมดต่อเดือน เมื่อได้ตัวเลขเงินที่จะเก็บได้ต่อเดือนแล้ว ก็ตั้งเดือนนับถอยหลังเลยว่าคุณจะต้องได้ไปเที่ยวทริปนี้ภายใน 1 ปี 2 ปี หรือ 3 ปี


ออมเงินกับบัญชีเงินฝาก


บัญชีเงินฝากช่วยเก็บเงิน โดยปกติเงินในบัญชีคุณนั้นสามารถเข้าออกอย่างง่ายดายด้วยบัตร ATM ซึ่งนั่นไม่ใช่วิธีการออมเงินที่ดีนักสำหรับคนใจไม่แข็งพอ! ลองเปลี่ยนมาออมเงินด้วยการเปิดบัญชีเงินฝากใหม่ที่ “ไม่ใช้บัตร ATM” ดู แต่ถ้าอยากใช้ไม้ตายล่ะก็ เปิดบัญชีฝากประจำแบบบังคับฝากต่อเดือนเลยดีกว่า เพราะนอกจากเป็นการบังคับเก็บเงินแล้ว ยังถอนไม่ได้ก่อนกำหนด และเมื่อถึงเวลาสิ้นสุดการฝาก ดอกเบี้ยก็ดีกว่าเงินฝากธรรมดาเยอะเลย ที่สำคัญ สมัยนี้มีบัญชีเงินฝากประจำแบบพิเศษที่ได้ดอกเบี้ยสูงกว่าฝากแนวกระแสรายวันที่ต้องจ่ายภาษี ลองค้นหาบริการเงินฝากแนวนี้จากธนาคารต่างๆ ดู!


ลดค่าใช้จ่าย


วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยเร่งเงินเก็บของคุณให้งอกเงย นั่นคือการลดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง ลองมองดูว่าคุณเงินที่ควักใช้บ่อยๆ นั้น หมดไปกับอะไร และสามารถตัดค่าใช้จ่ายเหล่านั้นทิ้งได้ไหม อย่างการดูหนัง โหลดเพลง เติมเกม หรือแม้แต่กาแฟแก้วละ 100 !!! เพราะคุณสามารถนำค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองพวกนี้ไปสมทบกับเงินเก็บประจำเดือนได้


คำแนะนำพิเศษ สำหรับสุภาพสตรี (และสุภาพบุรุษ) นักช็อปทั้งหลาย ต้องห้ามตนเองไม่ให้ช็อปของแพงกันก่อนในช่วงเก็บเงิน แล้วค่อยไปซื้อของในทริปเที่ยวที่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส หรืออิตาลีจะดีกว่า เพราะนอกจากจะเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ดังแล้ว ราคาจำหน่ายก็จะถูกกว่าในไทยอีกโขด้วย


หารายได้พิเศษ


เวลาว่างของคุณนั้นอาจมีค่ากว่าที่คิด และอาจช่วยทำให้คุณไปเที่ยวทริปในฝันได้เร็วขึ้นแบบติดจรวด! ด้วยการหารายได้พิเศษตามความถนัดของคุณเอง เช่นการทำขนมขาย ถ่ายภาพขาย ทำโอที หรือรับงานพิเศษนอกเวลางานประจำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการสร้างเงินเพื่อไปเที่ยวเท่านั้น แต่ยังทำได้เรื่อยๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวคุณต่อไป


วิธีการประหยัดเงินเที่ยว



จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินให้ถูกลง



ตั๋วเครื่องบินเพียงใบเดียวก็อาจพลิกชะตาของทริปเที่ยวต่างประเทศในฝันคุณให้มีราคาประหยัดสุดๆ ได้ โดยเทคนิคที่สำคัญที่จะทำให้จองตั๋วเครื่องบินได้อย่างประหยัด มีดังนี้


  1. ค้นหาโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน ที่สายการบินมักจะจัดโปรให้ผู้ที่สนใจได้สำรองที่นั่งก่อน ซึ่งคุณสามารถใช้โปรโมชั่นเหล่านี้เพื่อประหยัดค่าเดินทางได้ แค่ต้องซื้อให้ทันเท่านั้น และเราก็มีวิธีมาช่วยคุณแล้วที่นี่




  1. เลือกเที่ยวบินตรง หรือเที่ยวบินต่อ โดยในบางเส้นทางเที่ยวบินต่อจะมีราคาถูกกว่าเที่ยวบินตรง แต่จะเสียเวลามากกว่า ลองเปรียบเทียบราคาและระยะเวลาเดินทางก่อนตัดสินใจซื้อตั๋วว่าคุ้มค่าเงินและเวลาไหม
  2. เปรียบเทียบสนามบินหลักและใกล้เคียง บางเมืองอาจมีสนามบินให้บริการมากกว่า 1 แห่งหรือคุณสามารถไปใช้สนามบินใกล้ๆ เมืองที่ต้องการเดินทางได้ ต้องลองเปรียบเทียบราคาตั๋วบินไปลงแต่ละสนามบินรวมถึงราคาและความสะดวกในการเดินทางจากสนามบินไปยังแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมายของคุณด้วย
    กรองการค้นหาเที่ยวบินในเสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner ด้วยสนามบิน
  3. ใช้สายการบินเดียวกันทั้งไปกลับ เนื่องจากการซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับจากสายการบินเดียวกันจะถูกกว่าการจองแยกสายการบิน และยังง่ายต่อการจัดการหากเกิดปัญหาต้องเลื่อนหรือยกเลิกเที่ยวบินด้วย
  4. เลือกเที่ยวบินกลางคืนไปถึงเช้า หากเลือกเที่ยวบินเวลานี้คุณจะประหยัดค่าที่พักทันที 1 คืน! และตั๋วเครื่องบินอาจถูกกว่าบินช่วงกลางวัน แต่ทั้งนี้ต้องนอนหลับให้เต็มอิ่มและร่างกายต้องพร้อมเที่ยวได้ทันทีหลังเดินทางด้วย
  5. จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า เพื่อให้ได้ตั๋วเครื่องบินที่มีราคาประหยัดที่สุด โดยคุณสามารถสำรวจจุดหมายของคุณว่าควรจองล่วงหน้าเมื่อไหร่ และจองในเดือนไหนจึงจะถูกที่สุดได้ที่นี่



ลือกที่พักประหยัดและคุ้มค่า


การเลือกที่พักเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยทำให้ทริปของคุณนั้นประหยัดกว่าเดิม เพราะคุณสามารถท่องเที่ยวอย่างสบายกระเป๋าโดยให้โรงแรมเป็นแค่ที่ไว้นอนเอาแรงไปเที่ยวในวันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโฮสเทล อพาร์ทเม้นท์ โมเทล หรือโรงแรมสำหรับแบ็คแพ็คเกอร์ ซึ่งโรงแรมลักษณะนี้จะมีราคาถูกมาก แต่ก็ต้องแลกด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างที่ไม่มีให้บริการ เช่น สระว่ายน้ำ ต้องใช้ห้องน้ำรวม หรือไม่มีอาหารเช้า โดยคุณสามารถหาซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เก็ตมาตุนไว้กินตอนเช้าแทนก็ได้ แต่ถ้าคุณยังไม่มั่นใจกับการเลือกที่พัก เราก็มีเทคนิคดีๆ มาช่วยคุณที่นี่


ซื้อตั๋วเหมาลดรายจ่าย


สำหรับคนที่ต้องการเที่ยวแบบประหยัดในเขตเมืองใหญ่ หรือมีสมาชิกร่วมเดินทางน้อย เราขอแนะนำการเดินทางด้วยรถไฟ รถบัสประจำทาง หรือรถโค้ช เพราะนอกจากจะประหยัดกว่าการใช้แท็กซี่แล้ว ยังสามารถซื้อบัตรโดยสารแบบเหมา เพื่อใช้บริการกับขนส่งมลชนของท้องถิ่นนั้นๆ ตามกำหนดได้แบบไม่จำกัดเที่ยว ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่างการท่องเที่ยวลง แถมตั๋วเหมาบางประเภทยังสามารถใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าชมของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้อีกด้วย และนอกจากนี้ยังมีตั๋วเหมาที่รวมเอาบัตรผ่านประตูของสถานที่ต่างๆ มาไว้ด้วยกัน ซึ่งมีราคาถูกกว่าซื้อแยก

อุ่นใจด้วยประกันการเดินทาง


เมื่อพูดถึงประกันแล้วหลายๆ คนคงตกใจว่าจะทำให้ประหยัดอย่างไร? แต่จริงๆ แล้วคุณอาจได้ประกัน “ฟรี” ไปเลยแค่จองตั๋วเครื่องบินหรือโรงแรมผ่านบัตรเครดิต ซึ่งจะคุ้มครองคุณแล้วแต่แผนที่บัตรเครดิตกำหนดไว้ อาทิเรื่องของอุบัติเหตุ สัมภาระหาย ความปลอดภัย หรือคุ้มครองสุขภาพระหว่างการเดินทาง ก่อนจ่ายตั๋วเครื่องบินก็ลองศึกษาผลประโยชน์ของบัตรเครดิตที่คุณมี เพื่อให้มั่นใจว่าเราเดินทางด้วยความคุ้มค่าที่สุด

แลกเงินก่อนเดินทาง


คุณไม่จำเป็นต้องรอแลกเงินตอนใกล้จะเดินทางแล้ว แต่การแลกเงินที่คุ้มค่าที่สุดคือการแลกในช่วงค่าเงินไทยแข็งตัว กล่าวคือเงินบาทในมือคุณสามารถแลกเป็นเงินต่างประเทศได้มากขึ้น โดยคุณสามารถคาดการณ์ค่าเงินได้คร่าวๆ จากการดูแนวโน้มขึ้นลงของค่าเงินในเว็บไซต์ทางการเงินต่างๆ ที่มีให้บริการอยู่ทั่วไป หรือเมื่อเห็นว่าค่าเงินวันนี้ถูกกว่าหลายๆ วันที่ผ่านมา ก็แลกไว้ก่อนได้เลย

รูดบัตรในต่างแดน


การใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศนั้นมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งตรงที่มี “ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน” บวกเพิ่มเสมอในอัตรา 2.0 – 2.5% ของยอดใช้จ่าย แต่ประโยชน์ของการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศนั้นก็ยังมีอยู่ ทั้งการเก็บคะแนนสะสม การผ่อนชำระสินค้า สิทธิพิเศษในการใช้เลาจ์ของสนามบิน หรือใช้ในการซื้อของที่ผู้อื่นฝากซื้อ และซื้อของแพงแทนเงินสด ซึ่งจะช่วยให้เราคงเงินสดสำรองไว้ในมือเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินได้มากขึ้น และเรามีคำแนะนำให้คุณแล้วที่นี่


ใช้เงินระหว่างท่องเที่ยว


เงินสดคือสิ่งที่ดีที่สุดในการใช้จ่ายในต่างประเทศ เพราะคุณสามารถแลกมาใช้ได้ด้วยอัตราการแลกเปลี่ยนที่ถูกที่สุด และใช้จ่ายได้โดยไม่มีค่าความเสี่ยงเหมือนบัตรเครดิต แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้เงินเยอะ เช่นทริปไกล ทริประยะยาว หรือมีแผนจะซื้อของราคาแพง เราขอแนะนำการทำเช็คเดินทางที่เป็นสกุลเงินของประเทศที่จะไปเที่ยว ซึ่งปลอดภัยกว่าการพกเงินสดทีละมากๆ และไม่เสียค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินอีกด้วย แต่บัตรเครดิตก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกหากคุณสนใจในสิทธิพิเศษและการสะสมแต้ม เพียงแต่ต้องชั่งน้ำหนักดูว่าคุ้มค่าต่อการใช้ด้วยหรือหรือไม่

สำคัญที่สุด คุณจำเป็นต้องจัดงบแยกระหว่างค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายจิปาถะ และต้องมีเงินสำรองไว้เพื่อการันตีได้ว่าคุณจะมีเงินใช้จ่ายระหว่างทริปอย่างเพียงพอจนเดินทางกลับ แม้ในยามฉุกเฉิน

แลกเงินคืนหลังเดินทาง


เช่นเดียวกันกับการแลกเงินก่อนเดินทาง หากคุณมีเงินเหลือหลังจากการเที่ยวในทริปนี้ หากไม่รีบร้อนใช้เงินส่วนที่เหลือล่ะก็ คุณสามารถรอให้ค่าเงินบาทไทยอ่อนตัว หรือในความหมายง่ายๆ คือเงินต่างประเทศแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้มากขึ้น ซึ่งคุณก็จะได้กำไรส่วนต่างจากค่าเงินที่คุณแลกนั่นเอง แต่ในกรณีนี้จะเห็นผลชัดๆ ก็ต่อเมื่อเงินที่แลกคืนมีจำนวนมากพอสมควรเท่านั้น

อ่านกันมาถึงตรงนี้แล้ว ใครที่อยากไปเมืองนอกก็น่าจะได้แนวคิดดีๆ ก่อนลงมือสานฝันเก็บเงินไปเที่ยวกันอย่างแน่นอน เพราะการได้เที่ยวต่างประเทศด้วยงบน้อยๆ นั่นย่อมแฮปปี้ต่อคุณและกระเป๋าตังค์ของคุณมากกว่าเที่ยวแบบงบบานปลายแน่ เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner ขอเป็นกำลังใจให้คุณได้ไปประเทศในฝันที่วาดไว้ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องเงินไม่พออีกต่อไป แล้วอย่าลืมมาค้นหาเที่ยวบินและที่พักราคาประหยัดเพื่อเช็คราคาที่คุ้มค่าที่สุด ก่อนใช้เงินเก็บอันมีค่ามาจ่ายค่าท่องเที่ยวเหล่านี้ รับรองว่าเราจะช่วยคุณให้ประหยัดได้ไม่มากก็นิดหน่อยอย่างแน่นอน









เงินดิจิทัล เปลี่ยนโลกได้อย่างไร

เงินดิจิทัล เปลี่ยนโลกได้อย่างไร YouTube Video รายการ : รวยหุ้น รวยลงทุน ปี 4 ออกอากาศ : วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม 2...